bubble & boba TEA

ชานมไข่มุก สูตร และ อุปกรณ์

เครื่องซีลฝา ถูกที่สุด เริ่มต้นเพียง 3,XXX มีรุ่นให้เลือกเยอะที่สุด

การเลือกซื้อเครื่องซีลฝา ต้องเลือกยังไง ต้องดูอะไรบ้าง มาอ่านกันค่ะ 

1. ขนาดปากแก้ว ก็เป็นจุดแรกที่เราต้องดูในการเลือกซื้อเครื่องซีลค่ะ 

โดยปกติแล้ว ขนาดปากแก้วของเครื่องซีล จะอ้างอิงตาม 
ขนาดปากแก้วที่มีขายกันในร้านขายส่งตามท้องตลาดค่ะ
ก็คือ 7.5 / 8.5 / 9.5 ปกติตัวเลขเหล่านี้ จะเขียนกำกับอยู่ข้างกล่อง
หรือบางแบรนด์ก็จะระบุไว้บนถุงที่ใส่แก้ว
แต่ถ้าเกิดว่า เราดันทิ้งถุงไปแล้ว หรือ เราไปซื้อปลีกมา
ก็เลยไม่มีตัวเลขตรงนี้กำกับ เราจะดูได้ยังไงบ้าง
ให้เราใช้ไม้บรรทัด วัดค่ะ แล้ววัดตรงไหนล่ะ
ก็คือ ให้วัดที่เส้นผ่าศูนย์กลางเลยค่ะ ว่าเส้นผ่าศูนย์กลางของแก้วที่เราใช้คือกี่ ซม. 
ตัวเลข 7.5 ก็คือ เส้นผ่าศูนย์กลาง 7.5 ซม. 
ตัวเลข 8.5 ก็คือ เส้นผ่าศูนย์กลาง 8.5 ซม. 
แต่ถ้าเป็นแก้วไซส์​ 16 Oz. หรือ 22 Oz. ที่นิยมใช้กัน ส่วนใหญ่ 
จะมีขนาดปากแก้วอยู่ที่ 9.5 ซม. ค่ะ 

2. ดูประเภทของเนื้อแก้ว ที่ใช้ค่ะว่า แก้วที่เราใช้เสริฟลูกค้าอยู่เป็นประเภทไหน 

แล้วเราจะรู้ได้ยังไง ว่าเราใช้แก้วเนื้อไหนอยู่ ให้สังเกตดูที่ก้นแก้วค่ะ 
ส่วนใหญ่จะระบุประเภทของพลาสติก 

ซึ่งเนื้อพลาสติกที่ใช้ในการทำแก้ว จะมีหลายประเภท 
แต่เนื้อแก้วส่วนใหญ่ที่นิยมขายกันในท้องตลาด ก็จะมีเนื้อ PP กับ GPPS

ตรงนี้เป็นจุดในการเลือกพลาสติกสำหรับซีลค่ะ ถ้าเราเลือกไม่ถูกประเภท 
ก็จะเกิดเหตุการณ์ ซีลไม่ติดบ้าง หรือซีลติด แต่ติดไม่สนิท เกิดขึ้นได้ค่ะ 

3. กลไกของเครื่องซีล ถ้าพูดคำว่ากลไก อาจจะฟังดูซับซ้อน แต่ที่จริงแล้วก็คือ
คุณสมบัติพิเศษ ที่เราต้องการในเครื่องซีล ว่าเราอยากให้เป็น Manual หรือ Auto

ถ้าจะให้แนะนำ สำหรับมือใหม่ แนะนำรุ่นที่เป็น ระบบกึ่ง Auto
ก็คือ อาจจะไม่ต้องใช้ Auto ทั้งหมด
เพราะราคาของตัว Auto ทุกจุด หรือ Fully Auto
จะมีราคาสูงกว่า เครื่องที่เป็นระบบ Manual หรือ ระบบ กึ่ง Manual

กรณีที่เราเลือกรุ่นที่เป็น กึ่ง Auto ให้ดูแค่ มีเลื่อนฟิล์ม และ กดฟิล์ม Auto รึเปล่า 
ถ้ามีเลื่อนฟิล์ม กดฟิล์ม ออโต้ ก็ช่วยให้เราซีลแก้วได้อย่างมืออาชีพแล้วค่ะ

ส่วนอื่นๆ เช่น การเลื่อนถาดรองแก้วอัตโนมัติ หรือ ระบบนับแก้ว คือเป็นส่วนเสริม
แต่ฟังก์ชั่นที่เสริมมาเหล่านี้ก็ทำให้ราคาเครื่องซีล สูงขึ้นตามไปด้วย
สำหรับมือใหม่ และไม่อยากลงทุนเยอะ แนะนำรุ่นที่เหมาะกับการใช้งานดีกว่าค่ะ

เพราะปัญหา ของการซีล ส่วนใหญ่ มักเกิดจากการเลื่อนฟิล์มไม่ตรงลาย
การกดแล้วกะเวลาไม่ถูกว่าจะให้กดนานแค่ไหน

เพราะเวลาในการกด ก็มีผลต่อการซีล เช่น เราตั้งความร้อนไว้ที่ 180-190 สำหรับแก้ว PP
ซึ่งปกติ เราจะต้องกดทิ้งไว้ประมาณ 1 วินาที เพื่อให้ตัวแก้วที่ซีล ติดแน่นครบทุกด้าน

แต่ถ้าเรากะเวลาไม่ถูก แล้วปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป ก็อาจจะทำให้แก้วเราย่น บู้บี้ได้
หรือถ้าเรายกตัวกดเร็วเกินไป ก็อาจจะทำให้ฟิล์มที่ซีล ติดไม่แน่น เป็นต้น

ลองดูจากตัวอย่างในคลิปนี้ได้ค่ะ

ทำให้ รุ่น F06 เป็นรุ่นยอดนิยม ที่มีทั้งฟังก์ชั่น การกดซีล และเลื่อนฟิล์มอัตโนมัติ 
ในราคาที่ไม่แพงเกินไปด้วย  


แล้วรุ่น F07 ต่างกับ F06 ยังไง 
เครื่องซีลรุ่น F07 ฟังก์ชั่นโดยรวมเหมือนกับ F06 เลยค่ะ
เพียงแต่เครื่องซีล รุ่น F07 จะสามารถ นับจำนวนแก้ว ได้ เป็นฟังก์ชั่นที่เพิ่มขึ้นมาค่ะ

และตัวท็อปสุด ของเครื่องซีล ก็คือ รุ่น F08 ค่ะ 
ตัวนี้เรียกว่าระบบ Fully Auto คือ ฟังก์ชั่นพื้นฐานเหมือน F07 (ที่มีเลื่อนฟิล์ม กดฟิล์ม นับจำนวนแก้ว)
แต่ที่ เพิ่มขึ้นมาก็คือ ตัวถาด เลื่อนเข้าออกเองได้อัตโนมัติ เพียงแค่เราเอาแก้ววางลงไป ตัวถาดก็จะดูดแก้วเข้าไป แล้วกดซีล รวมถึง ยื่นแก้วกลับมาตอนที่ซีลเสร็จแล้ว

สำหรับใครที่ชอบ ออพชั่นเยอะๆ ก็แนะนำเป็นตัวท้อป ตัวนี้เลยค่ะ F08

มาดูการใช้งาน ว่าต้องใส่ฟิล์มยังไง ในคลิปนี้ค่ะ

หากมีข้อสงสัย ปรึกษาเพิ่มเติม ทักไลน์ได้เลยค่ะ 
@rabbitsmoothies (มี @ นำหน้าด้วยนะคะ)  

หรือคลิก 
https://line.me/ti/p/@rabbitsmoothies
m.me/rabbitsmoothies

โทร. 099-1429365 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *